![]() |
ชื่อภาษาจีน
: Song Cheng-Xian
|
|
|
ซง ซึงฮอน ( Song Seungheon ต้องอ่านว่า ซง ซึงฮอน ตามภาษาเกาหลี) มีบุคคลิกเงียบขรึม พูดน้อย แต่ถ้าสนิทกับใครเขาจะช่างพูด ขี้เล่น เป็นคนที่ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว ค่อนข้างเป็นคนขี้อาย เพื่อนนักแสดงบางคนบอกว่า บทจุนโซ ใน autumn in my heart เป็นบทที่ใกล้เคียงตัวจริงของซึงฮอนมากที่สุด โซ จีซอพ (So Ji-seop) เพื่อนรุ่นน้องบอกว่า ซง ซึงฮอนเป็นคนไม่ค่อยพูด ขรึม ขณะที่เขาเองก็มีบุคคลิกคล้ายคลึงกัน จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกที่ทั้งสองจะเป็นเพื่อนสนิทกัน ซึงฮอนเองก็ยอมรับว่าเขาเป็นคนพูดน้อย ชอบเก็บตัว ไม่ค่อยสูงสิงกับใครมากนัก และยังพูดว่าเพื่อนๆสมัยมัธยมคงจะแปลกใจว่าคนขี้อายอย่างเขาเป็นนักแสดงได้อย่างไร ในส่วนรูปลักษณ์ภายนอกนั้น ซง ซึงฮอนได้ชื่อว่าเป็นดาราที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง มีดวงตาที่สวยงามมาก โซจีซอพ เคยบอกว่าครั้งแรกที่เห็นซึงฮอน ซึ่งมาร่วมคัดเลือก เป็นนายแบบด้วยกัน เขาถึงกับบอกตัวเองว่าซึงฮอนเป็นคนที่หล่อมาก และคิดว่าต้องติดรอบสุดท้ายแน่นอน และเมื่อมาอยู่ในวงการ ซง ซึงฮอน มีเพื่อนสนิทในวงการหลายคน จีซอพ บอกว่าในบรรดาเพื่อนดาราด้วยกัน พี่ซึงฮอนเป็นคนที่หน้าตาดีมากที่สุด ส่วนชอง ดาบินที่แสดงเรื่อง He was cool ด้วยกันก็บอกว่า ในบรรดาดาราชายที่ได้ร่วมแสดงหนังและละครมาด้วยกัน ซง ซึงฮอนหล่อที่สุด แต่สำหรับซง ซึงฮอนแล้ว เค้ากลับคิดว่าเขาไม่ได้เป็นคนหน้าตาดีอะไร ซง ซึงฮอน เกิดเมื่อวันที 5 ตุลาคม 1976 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนายแบบเมื่อปี 1995 ต่อมาในปี 1996 ได้ผลันตัวเองมาสู่จอแก้ว ด้วยการประเดิมละครซิตคอม เรื่อง 3 men 3 women ซึ่งเป็นซิตคอมที่ประสบความสำเร็จเรื่องหนึ่ง จากนั้นในปี 1997 ได้โอกาสแสดงซี่รี่ย์เป็นครั้งแรกในบทเล็กๆ กับดาราคนโปรด คือ Lee Byeongheon ในเรื่อง My Beautiful Lady และเรื่องนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง ระหว่าง อี บยองฮอน กับ ซง ซึงฮอน ต่อจากนั้นในปี 1998 ซึงฮอน ก็รับแสดงละครอีกสองเรื่องคือ You and Me , Bloody cop ในปีเดียวกันเขาผันตัวเองมาเป็นนักร้องด้วยการปล่อย เพลงออกมา 2 singles คือ I Love You และ All Of the Tears แต่ยังไม่ทันออกอัลบั้ม บริษัทต้นสังกัดเลิกล้มกิจการเสียก่อน เพราะปัญหาด้านการเงิน ในปี 1999 เขาหวนกลับมารับเล่นละครอีกครั้ง และแสดงร่วมกับ อี บยองฮอนอีกหน ในเรื่อง Happy Together ซึ่งในเรื่องนี้มีดาราหลายคนร่วมแสดง และต่อมากลายเป็นดาราดังที่คนเกาหลีทั่วไปรู้จักดี ไม่ว่าจะเป็น Cha Taehyun, Kim Haneul และ Joen Jihyeon คนหลังกลายมาเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของซึงฮอน นอกจากนี้ เขายังแสดงในมินิซี่รี่ย์เรื่อง Love Story ด้วย ซึ่งเป็นซี่รีย์จบในตอน โดยซึงฮอนแสดงสองตอนคู่กับ Choi Jiwoo ซึ่งนั่นอาจจะเป็นที่มาของข่าวลือที่ว่า ทั้งสองเคยเป็นแฟนกัน และในปี 1999 เช่นเดียวกัน ซง ซึงฮอนกระโดดเข้าวงการเซลล์ลูลอยด์ ด้วยการประเดิมภาพยนตร์เรื่องแรก Calla โดยแสดงคู่กับ คิม ฮีซอน นางเอกดังแห่งยุค ปี 2000 ซึงฮอนหวนกลับมาแสดงละครอีก สองเรื่องด้วยกันคือ Popcorn กับ Autumn in My Heart ซึ่งเรื่องหลังเป็นละครที่ได้รับความนิยมมาก เร็ตติ้งอันดับหนึ่งตลอดการออกอากาศ และส่งผลให้เขาดังเปรี้ยงปร้างในเกาหลีใต้พร้อมๆกับนักแสดงคนอื่น ไม่ว่าจะเป็น Song Haekyo และ Won Bin เท่านั้นยังไม่พอ ซึงฮอนยังข้ามไปดังในประเทศต่างๆในเอเชียที่เรื่องนี้ออกอากาศ และทำให้ซึงฮอนกลายเป็นขวัญใจแฟนๆทั่วเอเชียรวมทั้งประเทศไทยด้วย และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แฟนๆชาวไทยเรียกเขาติดปากว่า พี่ชายตามบทในละคร จากนั้นมาเขากลายเป็นหนึ่งในกระแส Korean Wave (The interest and popularity of Korean tv-series and actors has spread in to the general interest in Korean culture - movies, music, fashion and more. It is in a way a cultural revolution and a trend that became a strong current that carries far and wide. We call this "Hallyu - the Korea Wave", source : KNTO) และความดังของ AIM เป็นจุดเริ่มต้นของแฟนๆชาวเอเชียจำนวนมากที่หันมาสนใจละคร และภาพยนตร์จากแดนโสมขาว รวมทั้งสนใจความเป็นไปในดินแดนแห่งนี้ อีกทั้งยังทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้เข้ามาส่งเสริมอุตสาหกรรมบันเทิงในประเทศอย่างเต็มตัว เพื่อส่งออกความบันเทิงทุกรูปแบบโดยเฉพาะ และความดังของ AIM ทำให้ทีมงาน ตัดสินใจ ทำออกมาเป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์สองชั่วโมงด้วย ในปี 2001 ซง ซึงฮอน มาพร้อมกับละครใหม่ เรื่อง Law Firm โดยแสดงร่วมกับเพื่อนรุ่นน้องคนสนิท โซ จีซอพ และในปี 2002 ซง ซึงฮอนมีผลงานภาพยนตร์อีกเรื่องคือ Make it Big หรือ Run First แสดงคู่กับ Kwan Sang-woo ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนสนิทในเวลาต่อมา (จริงๆแล้วซง ซึงฮอน และกวาน ซังวู เป็นเพื่อนกันมานานแล้วตั้งแต่ซึงฮอนเป็นนายแบบ) ในปีเดียวกันซง ซึงฮอน โกอินเตอร์ด้วยการแสดงภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่อง So Close ร่วมกับสามสาวดังคือ ซู ฉี, เจ้า เหว่ย และคาเรน ม็อค และปลายปี 2003 ซึงฮอน กลับมาเล่นละครเรื่อง Summer Scent ฝีมือการกำกับ ของ Yoon Seok-ho ผู้กำกับจาก Autumn In My heart โดยแสดงร่วมกับ ซน เยจิน นางเอกดังจากภาพยนตร์เรื่อง The Classic ต้นปี 2004 เขาก็มีผลงานด้านภาพยนตร์อีกเรื่องคือ Ice Rain โดยเรื่องนี้เขาร่วมแสดงกับ Lee Sung-Jae และ Kim Ha-Neul และกลางปีเดียวกัน ซง ซึงฮอนก็มีผลงาน ด้านภาพยนตร์อีกเรื่อง คือ He was cool ซึ่งเป็นเรื่องที่ดัดแปลง จากนิยายทางอินเตอร์เน็ตที่โด่งดัง โดยเขาแสดงคู่กับ ชอง ดาบิน ไม่กี่เดือนต่อมาซง ซึงฮอนตอบรับที่จะแสดงเรื่อง Sad Sonata หรือ A Sad Love Story ละครทุนสร้างสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของเกาหลีใต้ คราวนี้เขาจะได้แสดงกับเพื่อนสนิทอย่าง กวาน ซังวู และคิม ฮีซอน อีกครั้ง แต่แล้วซง ซึงฮอนก็ประสบกับมรสุมทางชีวิตครั้งใหญ่ เมื่อมีรายงานว่าเขาเลี่ยงทหาร จนเป็นข่าวโด่งดังทั่วเกาหลี และในที่สุดในวันที่ 16 พฤศจิกายน ปี 2004 ซง ซึงฮอนต้องไปเป็นทหาร โดยจะต้องรับใช้ชาติสองปีเต็ม ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะแสดงละครเรื่องนี้ได้ต่อไป ถึงแม้ว่าแฟนๆในบ้านเกิดและในประเทศต่างๆทั่วเอเชีย หรือแม้แต่สมาชิกรัฐสภาจากพรรครัฐบาลเกาหลีใต้ จะทำเรื่องร้องขอให้ทางทหารผ่อนผันให้เขาแสดงละครเรื่องนี้จนจบ เพราะถือเป็นผลประโยชน์ของชาติ (หลายประเทศซื้อลิขสิทธ์แล้ว) และซง ซึงฮอนก็เป็นหนึ่งในกระแส Korean Wave แต่ทางทหารก็ไม่ยอม กฎก็คือกฎ นั่นทำให้แผนการต่างๆต้องล้มเลิก รวมทั้งแผนการเดินทางไปญี่ปุ่นประเทศที่ชื่อเสียงของซึงฮอนกำลังไปได้ดี ก่อนอำลาวงการชั่วคราว เขาฝากผลงานชิ้นสุดท้าย คือเอ็มวีจาก A Sad Love Story แต่ระหว่างรับใช้ชาติ ทางบริษัทต้นสังกัดในเกาหลีใต้และบริษัทญี่ปุ่น ยังคงผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวกับซง ซึงฮอนออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนมากวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น และก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้มเพลง อัลบั้มภาพ นิตยสาร และดีวีดีส่วนตัว สินค้าบางชิ้นติดอันดับหนึ่งสินค้าขายดี การตอบรับจากแฟนๆ ถือเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งๆ ที่ซง ซึงฮอน อำลาวงการชั่วคราว |
|
COPYRIGHT © 2005 SEUNGHEONTHAILAND.COM |